ผู้เชี่ยวชาญนิติวิทยาศาสตร์วิเคราะห์แผล ‘ซอและ’
กระสุนเข้าหน้าท้อง-ออกสะโพก
ย้ำต้องตรวจแผลจริงยืนยัน
เป็นเพียงการวิเคราะห์จากภาพถ่ายเบื้องต้น ยังไม่อาจสรุปแหล่งที่มาของกระสุนได้
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีนายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บขณะเดินทางกลับบ้านในพื้นที่บ้านกุมุง ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดแหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ภาพบาดแผลเบื้องต้น พบลักษณะที่สอดคล้องกับกระสุนเข้าทางด้านหน้าบริเวณหน้าท้องและออกทางด้านหลังบริเวณสะโพก โดยมีทิศทางจากด้านหน้าไปด้านหลัง และจากด้านบนลงล่างเล็กน้อย แต่ย้ำว่าการวิเคราะห์จากภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถให้ข้อสรุปโดยละเอียดได้ จำเป็นต้องตรวจสภาพบาดแผลจริงและหลักฐานอื่นประกอบ
ปัจจุบันนายซอและยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โดยอาการดีขึ้นและสามารถพูดคุยสื่อสารได้มากขึ้น พร้อมเปิดเผยภาพบาดแผลจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นายซอและระบุว่า มีบาดแผลบริเวณหน้าท้องใต้สะดือ ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร และมีบาดแผลอีกจุดบริเวณด้านหลังช่วงสะโพก ขนาดประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร พร้อมยืนยันว่ากระสุนเข้าจากด้านหน้าและทะลุออกด้านหลัง
นายซอและให้ข้อมูลถึงช่วงเกิดเหตุว่า ขณะนั้นได้จอดรถจักรยานยนต์และยกมือขึ้นเหนือศีรษะ โดยมีเฮลิคอปเตอร์บินอยู่บริเวณด้านหน้า ก่อนรู้สึกว่าตนเองถูกยิงได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเพื่อนอีก 3 คนได้ช่วยกันพาออกจากบริเวณดังกล่าวด้วยรถจักรยานยนต์เพื่อไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า
การวิเคราะห์จากภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถให้ข้อสรุปโดยละเอียดได้จำเป็นต้องตรวจสภาพบาดแผลจริงและหลักฐานอื่นประกอบ
The Reporters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งวิเคราะห์จากภาพถ่ายบาดแผลเบื้องต้นว่า บาดแผลบริเวณหน้าท้องมีขนาดเล็ก ขอบค่อนข้างเรียบ อยู่เยื้องไปทางซ้ายของแนวแผลผ่าตัดช่องท้อง หรือ Exploratory Laparotomy มีลักษณะสอดคล้องกับบาดแผลทางเข้าของกระสุน หรือ Entrance Wound
ส่วนบาดแผลบริเวณสะโพกหรือเอว พบว่ามีขนาดใหญ่กว่า ขอบแผลเปิดกว้างและปลิ้นออก รวมถึงมีความเสียหายของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและไขมันมากกว่า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามีลักษณะสอดคล้องกับบาดแผลทางออกของกระสุน หรือ Exit Wound
ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า ลักษณะของแผลทางออกอาจสัมพันธ์กับการที่หัวกระสุนสูญเสียเสถียรภาพ เกิดการหมุนหรือเปลี่ยนรูป และถ่ายเทพลังงานระหว่างเคลื่อนผ่านเนื้อเยื่อก่อนทะลุออกจากร่างกาย
สำหรับแนววิถีกระสุน จากการวิเคราะห์ภาพเบื้องต้น ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า กระสุนเคลื่อนจาก ด้านหน้าไปด้านหลัง จากด้านบนลงด้านล่างเล็กน้อย และจากบริเวณกึ่งกลางหรือหน้าท้องด้านซ้ายออกไปทางด้านข้างบริเวณสะโพก
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินจากภาพถ่าย หากต้องการวิเคราะห์วิถีกระสุนอย่างละเอียด จำเป็นต้องตรวจสภาพบาดแผลจริง ใช้มาตราส่วนวัดตำแหน่งและขนาดของบาดแผล รวมถึงพิจารณาร่วมกับเวชระเบียน ภาพถ่ายทางการแพทย์ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อื่น ๆ
กรณีดังกล่าวยังไม่สามารถใช้ลักษณะบาดแผลเพียงอย่างเดียวสรุปได้ว่ากระสุนถูกยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์หรือจากตำแหน่งใด โดยประเด็นสำคัญยังต้องอาศัยการวิเคราะห์วิถีกระสุน สถานที่เกิดเหตุ ตำแหน่งของผู้ได้รับบาดเจ็บและแหล่งยิง รวมถึงผลตรวจวัตถุพยานทั้งหมดประกอบกัน
ทั้งนี้ ตำรวจ สภ.จะแนะ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า พบหัวกระสุนขนาด 5.56 มม. บริเวณรถจักรยานยนต์ของเพื่อนนายซอและ และปลอกกระสุน M16 จำนวน 3 ปลอกในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งได้ส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงยืนยันว่าไม่มีการใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์ในคืนเกิดเหตุ ทำให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแหล่งที่มาของกระสุนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/14pifyDNrdo/
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI