นายกฯ ชี้ต้องตรวจข้อกฎหมาย
ปมตั้ง คกก.สอบกรณี
‘ซอและ’ ถูกยิง
อ้างพื้นที่ใช้กฎอัยการศึก แม่ทัพภาค 4 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์สูงสุด
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงข้อเรียกร้องของ สส.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ถูกยิงในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ท่ามกลางข้อกล่าวอ้างว่ากระสุนอาจถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ โดยระบุว่าต้องตรวจสอบข้อกฎหมายก่อนว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจตั้งคณะกรรมการดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่มีการบังคับใช้กฎอัยการศึก และมีแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
นายอนุทินกล่าวว่า พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์และผู้มีอำนาจสูงสุดในพื้นที่ ได้ยืนยันแล้วว่าไม่มีเหตุการณ์ยิงประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์ตามที่มีการกล่าวอ้าง
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีระบุว่า ทราบว่าแม่ทัพภาคที่ 4 จะเปิดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว จึงต้องรอผลการตรวจสอบต่อไป
นายอนุทินกล่าวว่า
ต้องตรวจสอบข้อกฎหมายก่อนว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจตั้งคณะกรรมการดังกล่าวหรือไม่เนื่องจากพื้นที่มีการบังคับใช้กฎอัยการศึก และมีแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
สำหรับกรณีนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน นายอนุทินกล่าวว่า จำเป็นต้องพิจารณาข้อกฎหมายว่านายกรัฐมนตรีสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากในพื้นที่มีผู้บัญชาการสถานการณ์อยู่แล้ว
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการประกาศใช้กฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ว่า เป็นการให้อำนาจแก่ฝ่ายทหารในการควบคุมสถานการณ์ พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ก่อนการรัฐประหารปี 2557 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ประกาศใช้กฎอัยการศึก โดยนายอนุทินระบุว่า รัฐบาลในขณะนั้นไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้เช่นกัน
ท่าทีล่าสุดของนายกรัฐมนตรีแตกต่างจากคำให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ซึ่งนายอนุทินระบุว่า ข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเป็น “ไอเดียที่ดี” และจะกำชับแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อสร้างความชัดเจนและความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
กรณีนายซอและถูกยิงเมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม ยังคงอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ โดยตำรวจ สภ.จะแนะ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า พบหัวกระสุนขนาด 5.56 มม. บริเวณรถจักรยานยนต์ของเพื่อนผู้ได้รับบาดเจ็บ และพบปลอกกระสุน M16 จำนวน 3 ปลอกในบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งวัตถุพยานถูกส่งตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว
ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสยืนยันว่า เฮลิคอปเตอร์ที่ขึ้นบินในคืนเกิดเหตุมีภารกิจลาดตระเวนและตรวจการณ์เท่านั้น ไม่มีการนำอาวุธขึ้นอากาศยาน และปฏิเสธว่ากำลังพลบนเฮลิคอปเตอร์เป็นผู้ยิงนายซอและ
ทั้งนี้ ประเด็นว่ากระสุนที่ทำให้นายซอและได้รับบาดเจ็บมาจากอาวุธชนิดใด ถูกยิงจากตำแหน่งและทิศทางใด รวมถึงเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่หรือไม่ ยังไม่มีข้อยุติ และอยู่ระหว่างรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI