กราฟิกข่าว รอมฎอน ปันจอร์โต้ นายกฯ ปมตั้งกรรมการสอบกรณีซอและถูกยิง
📰 News #wartani_news #PATANI

‘รอมฎอน’ โต้ นายกฯ อย่าปัดความรับผิดชอบ ปมตั้ง กก.สอบ
กรณี ‘ซอและ’ ถูกยิง

ยกเหตุ ‘ตากใบ’ ปี 47 นายกฯ เคยตั้งกรรมการอิสระ แม้อยู่ใต้กฎอัยการศึก

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความโต้ท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังระบุว่าต้องตรวจสอบข้อกฎหมายว่ามีอำนาจตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีนายซอและ ดอเลาะ ถูกยิงในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส หรือไม่ เนื่องจากพื้นที่อยู่ภายใต้กฎอัยการศึก โดยนายรอมฎอนยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจและไม่ควรปล่อยให้แม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งกลไกตรวจสอบกันเอง

นายรอมฎอนระบุว่า แม้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก แต่ยังคงอยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจรัฐและระบบกฎหมายของประเทศไทย ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 4 ก็ยังอยู่ภายใต้สายการบังคับบัญชาของรัฐบาล

นายรอมฎอนระบุว่า

“นายกฯ อนุทินอย่าบ่ายเบี่ยงเลี่ยงความรับผิดชอบ! ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ตัวท่านเองมีอำนาจ เร่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณี ฮ.ยิงวัยรุ่นนราฯ โดยเร็ว

แม้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก แต่ก็ยังอยู่ในประเทศไทยครับ”

นายรอมฎอนยังยกกรณีเหตุการณ์ตากใบเมื่อปี 2547 มาเปรียบเทียบ โดยระบุว่า แม้ในขณะนั้นพื้นที่จะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก แต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 335/2547 ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยมีนายพิเชต สุนทรพิพิธ อดีตผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เป็นประธาน

นายรอมฎอนระบุว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 45 วัน ก่อนส่งรายงานให้นายกรัฐมนตรีในวันที่ 17 ธันวาคม 2547 พร้อมเห็นว่า กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงบทบาทของฝ่ายบริหารในการตั้งกลไกตรวจสอบข้อเท็จจริง แม้พื้นที่จะอยู่ภายใต้กฎหมายด้านความมั่นคง

“ข้ออ้างที่ว่านายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจ เป็นความเข้าใจผิดขั้นสุดและเป็นการบอกปัดความรับผิดชอบที่ร้ายแรงที่สุดครับ” นายรอมฎอนระบุ

พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจฝ่ายบริหารตั้งคณะกรรมการที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นอิสระขึ้นมาตรวจสอบ โดยไม่ควรปล่อยให้แม่ทัพภาคที่ 4 หรือหน่วยงานที่ถูกตั้งข้อสงสัยเป็นผู้จัดตั้งกลไกตรวจสอบกันเอง

นายรอมฎอนเห็นว่า หากปล่อยให้มีการตรวจสอบในลักษณะดังกล่าว อาจไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกองทัพและตัวแม่ทัพภาคที่ 4 แต่ยังอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของแนวทางแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล รวมถึงความชอบธรรมของรัฐโดยรวม

“ท่านมีอำนาจที่ชอบธรรม ก็จงใช้อำนาจนั้นครับ การปล่อยให้แม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งกลไกตรวจสอบกันเองเช่นนี้ นอกจากจะไม่สามารถฟื้นคืนความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อกองทัพ รวมถึงตัวแม่ทัพเอง และแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลแล้ว ยังสั่นคลอนความชอบธรรมของรัฐด้วยครับ” นายรอมฎอนระบุ

ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนายอนุทินให้สัมภาษณ์ในวันเดียวกันว่า ต้องตรวจสอบข้อกฎหมายว่านายกรัฐมนตรีสามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนได้หรือไม่ เนื่องจากพื้นที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกและมีแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่า การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเป็น “ไอเดียที่ดี” และจะกำชับแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ดำเนินการตรวจสอบให้ชัดเจน

ทั้งนี้ กรณีนายซอและถูกยิงเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยตำรวจพบหัวกระสุนขนาด 5.56 มม. บริเวณรถจักรยานยนต์ของเพื่อนผู้ได้รับบาดเจ็บ และปลอกกระสุน M16 จำนวน 3 ปลอกใกล้พื้นที่เกิดเหตุ ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสยืนยันว่าไม่มีการใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์ในคืนดังกล่าว จึงยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์เพื่อหาข้อสรุปถึงชนิดอาวุธ วิถีกระสุน และที่มาของกระสุนต่อไป

ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1fYz5pEMvL/

#News #wartani_news #PATANI

Let us be the witnesses for peace in PATANI
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI

You missed