‘กลุ่มด้วยใจ’ นำภาคประชาสังคมเรียกร้องนายกฯ
ตั้งกรรมการอิสระสอบปม ‘ซอและ’ ถูกยิง
เสนอ 7 ฝ่ายร่วมค้นความจริง
กำหนดกรอบ 2 เดือนเปิดผลต่อสาธารณะ
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 กลุ่มด้วยใจ (Duayjai Group) เผยแพร่ข้อเรียกร้องถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เร่งจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเฉพาะกิจที่มีความเป็นอิสระ กรณีนายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางข้อมูลที่แตกต่างกันระหว่างพยานในพื้นที่กับฝ่ายความมั่นคง โดยเสนอให้คณะกรรมการทำงานภายใน 2 เดือน และเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ
แถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยเฉพาะกรณีนายซอและ ซึ่งมีข้อสงสัยว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่พยานในพื้นที่ให้ข้อมูลว่าเห็นประกายไฟจากเฮลิคอปเตอร์บริเวณด้านหน้าของจุดเกิดเหตุ
ในอีกด้านหนึ่ง กอ.รมน.และฝ่ายทหารยืนยันว่ามีเฮลิคอปเตอร์ขึ้นปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในบริเวณดังกล่าวจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่มีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ทำให้ข้อมูลของทั้งสองฝ่ายยังแตกต่างกันและได้รับความสนใจจากสังคม
กลุ่มด้วยใจเห็นว่า ความแตกต่างของข้อมูลกำลังสร้างข้อสงสัยต่อข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ รวมถึงอาจกระทบความเชื่อมั่นต่อความโปร่งใส ความเป็นกลาง และความน่าเชื่อถือของกระบวนการตรวจสอบของรัฐ จึงเสนอให้มีกลไกที่เป็นอิสระเข้ามาค้นหาความจริง
ข้อเสนอระบุว่า คณะกรรมการควรมีภารกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย ตรวจสอบหลักฐานทางการแพทย์และนิติวิทยาศาสตร์ เยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ ครอบครัวและผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงจัดทำข้อเสนอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
สำหรับองค์ประกอบของคณะกรรมการ เสนอให้ประกอบด้วย 7 ฝ่าย ได้แก่ ผู้แทนรัฐบาลที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้นำศาสนาที่ได้รับการยอมรับจากชุมชน ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ ผู้แทนสตรี และผู้นำตามธรรมชาติหรือบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากผู้เสียหายและชุมชน
แถลงการณ์ย้ำว่า
“การค้นหาความจริงอย่างรอบด้านและการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบและพยานอย่างเหมาะสม จะเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐและกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”ขณะที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ควรให้ข้อมูลและความร่วมมือแก่คณะกรรมการอย่างเต็มที่ แต่ข้อเสนอระบุว่าไม่ควรเป็นผู้มีอำนาจชี้ขาดผลการตรวจสอบ เพื่อรักษาความเป็นกลางและสร้างความเชื่อมั่นแก่ทุกฝ่าย
นอกจากนี้ ยังเสนอให้คณะกรรมการมีอำนาจเรียกเอกสารและข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติการของเฮลิคอปเตอร์ในวันและเวลาที่นายซอและถูกยิง รวมถึงบันทึกการบินและบันทึกการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง
คณะกรรมการควรสามารถเชิญเจ้าหน้าที่ ผู้ได้รับบาดเจ็บ พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน และลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ รวมถึงเข้าถึงเวชระเบียน ผลการรักษา ผลตรวจบาดแผล และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานวิชาชีพ
อีกประเด็นที่ถูกให้ความสำคัญคือการคุ้มครองพยาน โดยเสนอให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้ได้รับบาดเจ็บ พยาน และบุคคลที่ให้ข้อมูล เพื่อป้องกันการข่มขู่ กดดัน หรือแทรกแซงระหว่างกระบวนการตรวจสอบ
กลุ่มด้วยใจเสนอให้คณะกรรมการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน นับจากวันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง และจัดทำรายงานผลเสนอต่อรัฐบาลพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยสามารถสงวนข้อมูลที่อาจกระทบต่อสิทธิ ความเป็นส่วนตัว หรือความปลอดภัยของผู้ได้รับผลกระทบและพยาน
แถลงการณ์ย้ำว่า การเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกล่าวหาหรือตัดสินเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดล่วงหน้า แต่ต้องการสร้างกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายนำเสนอพยานหลักฐาน และให้ข้อเท็จจริงได้รับการพิสูจน์โดยกลไกที่เป็นอิสระ โปร่งใส และได้รับความเชื่อถือ
ท้ายแถลงการณ์ลงชื่อ อัญชนา หีมมิหน๊ะ ในฐานะผู้ประสานงานองค์กรร่วมลงนาม พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการโดยเร่งด่วน
ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1Etoimts8x/
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI