📰 News#wartani_news#PATANI

กมธ.ความมั่นคงฯ ชี้ 22 ปีแก้ไฟใต้ยังล้มเหลววิจารณ์งานข่าวกรองใช้ไม่ได้-งบ 5.2 แสนล้านไม่ตอบโจทย์
ตร.ภาค 9 ขอ 3 วันสรุปปม ‘ซอและ’ ถูกยิง

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎร เปิดประชุมนัดพิเศษติดตามสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังเกิดเหตุหลายจุดช่วงวันที่ 21-24 สิงหาคม โดยตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพงานข่าวกรองและการบูรณาการของหน่วยงานความมั่นคง พร้อมระบุว่าตลอด 22 ปี รัฐใช้งบแก้ปัญหาไปประมาณ 520,000 ล้านบาท แต่สถานการณ์ยังไม่ยุติ ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 9 ขอเวลา 3 วัน ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายซอและ ดอเลาะ ถูกยิงใน อ.จะแนะ ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องการยิงจากเฮลิคอปเตอร์

เมื่อเวลา 14.00 น. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ แถลงภายหลังการประชุมว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่ สส.จาก 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เข้าร่วมให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการ โดยย้ำว่าการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไม่ควรแบ่งฝ่ายค้านหรือรัฐบาล

นายมณเฑียรระบุว่า กมธ.เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6 หน่วยงานเข้าชี้แจง แต่ กอ.รมน.ไม่ได้เข้าร่วมโดยแจ้งว่าติดภารกิจ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์จำนวนมากในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 21-24 สิงหาคม รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของด่านตรวจและการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน หลังไม่ปรากฏการปะทะกับผู้ก่อเหตุในช่วงเกิดเหตุหลายจุด

นอกจากนี้ กมธ.ยังสอบถามถึงกรณีเฮลิคอปเตอร์ที่ขึ้นบินตรวจการณ์หลังเกิดเหตุ และข้อกล่าวอ้างจากประชาชนว่าอาจมีการยิงจากอากาศยานในพื้นที่ อ.จะแนะ ซึ่งขณะนี้ข้อมูลจากฝ่ายผู้ได้รับบาดเจ็บและหน่วยงานความมั่นคงยังแตกต่างกัน

นายมณเฑียรกล่าวว่า จากข้อมูลของ สส.ในพื้นที่ 14 คน มีความเห็นว่างานข่าวกรองในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาและไม่สามารถป้องกันเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งคำถามถึงผลลัพธ์ของนโยบายตลอด 22 ปีที่ผ่านมา

นายมณเฑียรกล่าวว่า

“ต้องทบทวนว่าตลอดการทำงาน 22 ปีล้มเหลว ใช้งบประมาณไป 520,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้อะไรเลย ถ้าเรามาฆ่าฟันไม่มีจบ ขอให้มาเจรจา ทุกเรื่องจะจบได้”

ประธาน กมธ.ความมั่นคงฯ ยังเห็นว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความเห็นต่างและประเด็นการแบ่งแยกดินแดนจำเป็นต้องใช้กระบวนการพูดคุย เพราะหากยังใช้ความรุนแรงตอบโต้กัน ปัญหาก็อาจดำเนินต่อไปโดยไม่มีจุดสิ้นสุด

สำหรับกรณีนายซอและถูกยิง นายมณเฑียรเปิดเผยว่า ได้สอบถามตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้าเก็บพยานหลักฐานแล้วครั้งหนึ่ง และจะเข้าตรวจสอบเพิ่มเติม โดยขอเวลาอีกประมาณ 3 วัน เพื่อสรุปข้อเท็จจริงว่ากระสุนมาจากทิศทางใด เกี่ยวข้องกับเฮลิคอปเตอร์หรือไม่ หรือเกิดจากสาเหตุอื่น

ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า กมธ.มีความเห็นร่วมกันว่า งานข่าวกรองในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลามีความล้มเหลว โดยตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานด้านข่าวกรองไม่ได้ถูกตัดงบประมาณทั้งในปีงบประมาณ 2569 และ 2570

นายณัฏฐ์ชนนยังกล่าวถึงการรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากเหตุการณ์หลายจุด โดยเห็นว่าหน่วยงานรัฐต้องเร่งตรวจเก็บวัตถุพยาน ร่องรอย และหลักฐานที่อาจเชื่อมโยงไปถึงผู้ก่อเหตุ เพื่อใช้ในการสืบสวนและดำเนินคดี

ส่วนกรณีนายซอและ นายณัฏฐ์ชนนระบุว่า มีการพบกระสุนหนึ่งนัดติดอยู่บริเวณรถจักรยานยนต์ โดยข้อมูลที่ได้รับระบุว่าเป็นกระสุนชนิดที่สามารถใช้กับอาวุธ M16 หรือ HK ได้ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและชี้แจงต่อประชาชนอย่างชัดเจนว่ากระสุนดังกล่าวมาจากอาวุธใดและมีที่มาอย่างไร

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ตำรวจ สภ.จะแนะ เปิดเผยว่า พบหัวกระสุนขนาด 5.56 มม. บริเวณรถจักรยานยนต์ของเพื่อนนายซอและ รวมถึงปลอกกระสุน M16 จำนวน 3 ปลอกใกล้จุดเกิดเหตุ และได้ส่งวัตถุพยานตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสยืนยันว่าไม่มีการนำอาวุธขึ้นเฮลิคอปเตอร์ในคืนเกิดเหตุ

นายณัฏฐ์ชนนยังตั้งข้อสังเกตถึงการมีส่วนร่วมของผู้แทนประชาชน โดยระบุว่า ตลอดเกือบ 8 ปีที่ดำรงตำแหน่ง สส. ไม่เคยได้รับเชิญจากแม่ทัพภาคที่ 4 กอ.รมน. ศอ.บต. หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาในพื้นที่ และจากการสอบถาม สส.คนอื่นก็ได้รับคำตอบในลักษณะเดียวกัน

พร้อมย้ำว่า การแก้ไขความขัดแย้งไม่ควรมีเพียงการใช้อาวุธต่อสู้กัน แต่ต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการเจรจา ควบคู่กับการเร่งติดตามจับกุมผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และสื่อสารข้อเท็จจริงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา

สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่มีกำหนดจัดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ช่วงสุดสัปดาห์นี้ นายณัฏฐ์ชนนระบุว่า บริเวณรอยต่อจังหวัดสงขลามีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ทั้งการเผายางและพ่นสีสเปรย์ จึงเห็นว่าการลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรีจำเป็นต้องคำนึงถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย และควรอยู่ในพื้นที่ที่สามารถดูแลความปลอดภัยได้อย่างเหมาะสม

ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1HwqgZf4xr/

#News #wartani_news #PATANI

Let us be the witnesses for peace in PATANI
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI

You missed