‘อังคณา’ ย้ำจุดยืนเรื่องสิทธิยืนข้างเหยื่อ–ความยุติธรรม
ไม่ปกป้องคนผิด
เรียกร้องรัฐเปิดเผยความจริงและยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สะท้อนประสบการณ์ในฐานะผู้ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐ และผู้ทำงานร่วมกับผู้เสียหายในจังหวัดชายแดนภาคใต้มานานกว่า 20 ปี
นางอังคณายืนยันว่า ไม่เคยปกป้องผู้กระทำผิดไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด พร้อมระบุว่าสิ่งที่เรียกร้องมาโดยตลอดคือการเปิดเผยความจริง คืนความยุติธรรมให้ผู้เสียหาย นำผู้กระทำผิดมารับผิด และยุติวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด
จุดยืนที่นางอังคณาย้ำ
“ยืนข้างเหยื่อและความยุติธรรม” ไม่ได้หมายถึงการปกป้องคนผิดผู้กระทำผิดไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดควรถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาค
นางอังคณาระบุว่า จากประสบการณ์ในฐานะอดีตนักพัฒนาเอกชน ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และผู้ทำงานด้านผู้หญิง สันติภาพและความมั่นคง สิ่งสำคัญคือการรับฟังผู้เสียหายและคืนความยุติธรรมให้ผู้ได้รับผลกระทบ
เธอยังระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมถึงการด้อยค่าและสร้างมลทินแก่ครอบครัวของผู้เสียหาย พร้อมกล่าวถึงประสบการณ์ที่ผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเคยถูกหน่วยงานความมั่นคงกล่าวหาว่าเป็น “แนวร่วมมุมกลับ” และเผชิญปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่มุ่งลดทอนคุณค่าและบิดเบือนข้อเท็จจริง
นางอังคณาอธิบายว่า เหตุผลที่ข้อเรียกร้องจำนวนมากมุ่งไปยังภาครัฐ เนื่องจากรัฐเป็นผู้มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย มีเครื่องมือและอาวุธอยู่ในมือ และมีหน้าที่อำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองประชาชน
สำหรับนักวิชาการ นางอังคณาเห็นว่าควรรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน ยืนอยู่ข้างประชาชน ผู้เสียหาย และหลักความถูกต้องชอบธรรม โดยไม่กล่าวหา ด้อยค่า หรือมีทัศนคติแบบเหมารวมต่อบุคคลหรือกลุ่มใด
นางอังคณาเชื่อมโยงประเด็นดังกล่าวกับหลักนิติรัฐ โดยเห็นว่าสังคมไม่สามารถสร้างนิติรัฐขึ้นมาได้ หากประชาชนไม่ได้รับความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมายหรือไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน พร้อมเตือนว่าการกล่าวหาแบบเหมารวมอาจสร้างความเสียหายต่อบุคคลและครอบครัว และบดบังข้อเท็จจริงของเหตุการณ์
เธอย้ำว่า ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครหรืออยู่ฝ่ายใด ต้องถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาค ขณะที่รัฐในฐานะผู้ใช้อำนาจตามกฎหมายต้องถูกตรวจสอบ รับผิดชอบ และสร้างหลักประกันให้ผู้เสียหายทุกฝ่ายเข้าถึงความจริงและความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
ที่มา: โพสต์ต้นทางที่ Wartani ระบุ
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI