📰 Analysis #wartani_news #PATANI

ลอบยิง “กมลศักดิ์” ไม่ใช่แค่คดีอาชญากรรม: เงื่อนปมมือปืนรับจ้าง
กับโครงสร้างความรุนแรงในปาตานี

เขียนโดย บรรณาธิการกองข่าวความมั่นคง

การจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 รายในคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.พรรคประชาชาติ อาจถูกมองว่าเป็น “ความคืบหน้า” ในเชิงคดี แต่หากมองให้ลึกลงไป เหตุการณ์นี้กำลังสะท้อนบางสิ่งที่ใหญ่กว่าการก่อเหตุเฉพาะตัว นั่นคือโครงสร้างของความรุนแรงที่ยังดำรงอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี

ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่สำคัญคือ แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่เริ่มชี้ว่าเหตุการณ์นี้ “อาจไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงหรือการเมืองโดยตรง” ขณะเดียวกันกลับปรากฏข้อมูลว่า หนึ่งในผู้ต้องสงสัยมีประวัติเกี่ยวข้องกับการเป็นมือปืนรับจ้าง นี่คือจุดที่ต้องตั้งคำถามเชิงโครงสร้างทันทีว่า ทำไม “ตลาดความรุนแรง” หรือเครือข่ายมือปืนรับจ้างยังคงดำรงอยู่ได้ในพื้นที่ที่มีการควบคุมด้านความมั่นคงเข้มข้นมานานกว่า 20 ปี

ในทางทฤษฎี ความรุนแรงในพื้นที่ความขัดแย้งมักไม่ได้มีเพียงมิติทางการเมืองหรืออุดมการณ์เท่านั้น แต่ยังมี “เศรษฐกิจของความรุนแรง” (economy of violence) เข้ามาเกี่ยวข้อง กล่าวคือ ความรุนแรงสามารถถูกทำให้เป็นสินค้า เป็นบริการ และถูกจ้างวานได้ภายใต้เงื่อนไขของความไม่มั่นคงและความเหลื่อมล้ำ

กรณีนี้จึงน่าสนใจ เพราะหากข้อสันนิษฐานเรื่องมือปืนรับจ้างเป็นจริง นั่นหมายความว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้/ปาตานีไม่ได้มีเพียง “ความขัดแย้งทางการเมือง” แต่ยังมี “โครงสร้างใต้ดินของอาชญากรรม” ที่สามารถใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอุดมการณ์ใดรองรับ

อีกประเด็นที่สำคัญคือ “เป้าหมาย” ของการก่อเหตุ การที่ผู้แทนราษฎรถูกลอบยิง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบการเมืองโดยตรง เพราะผู้แทนราษฎรคือสัญลักษณ์ของอำนาจที่มาจากประชาชน การโจมตีเช่นนี้จึงไม่ใช่แค่การทำร้ายบุคคล แต่คือการสั่นคลอนความรู้สึกปลอดภัยของทั้งระบบ

ในขณะเดียวกัน การที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุ “ผู้ว่าจ้าง” หรือ “แรงจูงใจที่แท้จริง” ได้อย่างชัดเจน ก็ยิ่งทำให้พื้นที่ของข่าวลือ ความหวาดระแวง และการตีความต่าง ๆ ขยายตัวออกไป ซึ่งในบริบทของพื้นที่ความขัดแย้ง ข่าวลือมักมีพลังไม่แพ้ข้อเท็จจริง และสามารถกลายเป็นเชื้อเพลิงของความไม่ไว้วางใจได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เหลือ แต่คือความสามารถของรัฐในการ “อธิบายความจริง” ให้สังคมเข้าใจได้อย่างโปร่งใส เพราะหากคดีนี้จบลงเพียงแค่การจับผู้ลงมือ แต่ไม่สามารถสาวไปถึงโครงสร้างหรือเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังได้ ปัญหาก็จะยังคงอยู่ในรูปแบบเดิม เพียงแค่เปลี่ยนตัวผู้กระทำ

ท้ายที่สุด คดีลอบยิงครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่บททดสอบของกระบวนการยุติธรรม แต่เป็นบททดสอบของรัฐในการจัดการกับ “ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง” ที่ฝังรากอยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า

“ใครเป็นคนยิง”

แต่คือ

“ใครสร้างเงื่อนไขให้ความรุนแรงแบบนี้ยังเกิดขึ้นได้”

#Analysis #wartani_news #PATANI

Let us be the witnesses for peace in PATANI
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI