แหล่งข่าวอ้างกระสุนเหตุชายวัย 21 ปีจะแนะอาจมาจาก M16 บนเฮลิคอปเตอร์
ข้อมูลยังต้องรอผลนิติวิทยาศาสตร์ยืนยัน ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงปฏิเสธการใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้ากรณีนายซอและ ดือเลาะ อายุ 21 ปี ชาวอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คืนวันที่ 22 สิงหาคม โดยเจ้าตัวและเพื่อนระบุว่าได้ยินเสียงปืนจากบริเวณที่มีเฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือเส้นทาง
ก่อนหน้านี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและตรวจการณ์ แต่ไม่ได้ใช้อาวุธยิงลงมายังพื้นดิน
รายงานล่าสุดอ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคงซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ โดยระบุว่าอาวุธที่ทำให้ชายวัย 21 ปีได้รับบาดเจ็บอาจเป็นปืนเล็กยาว M16A2 ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของเจ้าหน้าที่ทหารยศระดับจ่า และอ้างว่าอาวุธดังกล่าวถูกใช้จากเฮลิคอปเตอร์ระหว่างภารกิจสนับสนุนทางอากาศ
ข้อควรระวังของข้อมูล
ข้ออ้างทั้งหมดมาจากแหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวตน และยังไม่มีผลตรวจหรือคำยืนยันอย่างเป็นทางการแหล่งข่าวดังกล่าวอ้างเพิ่มเติมว่า อาวุธที่ถูกกล่าวถึงไม่ใช่อาวุธหนักที่ติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์ แต่เป็นอาวุธประจำกายของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีเอกสารผลตรวจหรือคำยืนยันอย่างเป็นทางการจากกองทัพบก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หรือหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส
รายงานยังเชื่อมโยงข้อกล่าวหากับร่องรอยบนพื้นถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยอ้างว่ามีร่องรอยกระสุนเจาะหรือแฉลบบนผิวถนนเป็นระยะประมาณ 4–5 เซนติเมตร และอาจสอดคล้องกับวิถีกระสุนจากมุมสูง แต่การประเมินจากภาพหรือการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันชนิดอาวุธหรือจุดที่ยิงได้
นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า โรงพยาบาลยังไม่มีผลพิสูจน์ทางนิติเวชศาสตร์ที่ระบุขนาดกระสุนหรือทิศทางการยิงได้อย่างชัดเจน โดยการตรวจสอบต้องพิจารณาทั้งหัวกระสุน ปลอกกระสุน วิถีกระสุน วัตถุพยาน และผลตรวจจากจุดเกิดเหตุประกอบกัน
กรณีนี้จึงยังมีข้อมูลจากหลายฝ่ายที่ไม่ตรงกัน ฝ่ายผู้ได้รับบาดเจ็บและพยานในพื้นที่ยืนยันว่าเห็นเฮลิคอปเตอร์และได้ยินเสียงปืนจากด้านบน ส่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ปฏิเสธการใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์ การสรุปว่าอาวุธเป็น M16A2 หรือถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์จึงยังต้องรอผลการสอบสวนและนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าการให้บริการรถไฟในพื้นที่กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว หลังการตรวจสอบเส้นทางและสถานการณ์ด้านความปลอดภัย โดยประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทาง
ที่มา : Wartani
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI