‘ทวี’ ชี้ไฟใต้ไม่ใช่แค่ปัญหาความมั่นคงย้ำอย่าเพิ่งทิ้งเป้ายุติเหตุปี 70
ชวนทุกฝ่ายเปลี่ยนจาก “นักรบ” เป็น “นักสร้างสันติภาพ”
เสนอปรับโครงสร้างความมั่นคง เปิดพื้นที่ทางการเมือง และสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุย
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวในงานสัมมนา “22 ปี บทเรียนและก้าวต่อไป: การปฏิรูปโครงสร้างรัฐ เพื่อสันติภาพที่เคารพความหลากหลาย” ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมองว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงมิติความมั่นคง แต่เกี่ยวข้องกับความคิด ความยุติธรรม อัตลักษณ์ เศรษฐกิจ และโครงสร้างทางการเมือง
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ประสบการณ์กว่า 20 ปีควรถูกนำมาเป็นบทเรียนเพื่อมองไปข้างหน้า พร้อมย้ำว่าไม่ควรล้มเลิกเป้าหมายการยุติเหตุการณ์ความไม่สงบในปี 2570 แม้เป้าหมายอาจยังไม่สำเร็จภายในกรอบเวลาที่วางไว้ และอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกหลายปี
เขาระบุว่า โจทย์สำคัญคือการทำให้ฝ่ายที่ถือปืนทั้งสองฝ่ายเปลี่ยนจาก “นักรบ” หรือ “นักต่อสู้” มาเป็น “นักสร้างสันติภาพ” เพื่อเปิดทางไปสู่ข้อยุติทางการเมืองที่ยั่งยืน
พ.ต.อ.ทวียังวิจารณ์ว่า รัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมาอาจขาดเจตจำนงทางการเมืองที่กล้าหาญพอในการแก้ปัญหา และกล่าวว่า แม้การใช้มาตรการทางกฎหมายและความมั่นคงต่อเนื่องกว่า 22 ปีอาจทำให้สถานการณ์ดูสงบในบางช่วง แต่คนในพื้นที่บางส่วนเรียกสภาพดังกล่าวว่า “ความสงัด” ซึ่งไม่ใช่สันติภาพที่แท้จริง
สำหรับโครงสร้างการทำงานในพื้นที่ พ.ต.อ.ทวีเสนอให้มีการทบทวนแนวคิดของหน่วยงานความมั่นคงที่อาจมองนักการเมือง ภาคประชาสังคม นักวิชาการ หรือกลุ่มที่แสดงอัตลักษณ์ทางการเมืองเป็นเครือข่ายของฝ่ายเห็นต่างโดยอัตโนมัติ โดยเห็นว่าการตั้งต้นจากการมองอีกฝ่ายเป็น “ศัตรู” ทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปได้ยาก
เขายกตัวอย่างกรณีเยาวชนสวมชุดมลายู และกล่าวถึงข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงที่เชื่อมโยงภาคประชาสังคมและการเมืองเข้ากับ BRN พร้อมเสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติทบทวนแนวคิดดังกล่าว เพื่อไม่ให้การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนถูกตีความเป็นภัยความมั่นคงโดยอัตโนมัติ
พ.ต.อ.ทวีเสนอว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลควรมีเจตจำนงที่ชัดเจนในการสร้างสันติภาพผ่านความยุติธรรม การเมือง การบริหาร และรูปแบบการปกครองที่ตอบโจทย์พื้นที่ รวมทั้งเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่เคยอยู่ในความขัดแย้งสามารถเปลี่ยนบทบาทเข้าสู่กระบวนการสร้างสันติภาพ
ส่วนบทบาทของมาเลเซีย เขามองว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสำคัญต่อกระบวนการพูดคุย แต่ไม่ควรมีบทบาทสูงเกินไป เพราะปัญหาหลักเป็นเรื่องภายในประเทศ พร้อมเสนอให้ไทยสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุยและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย
ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับ BRN บทบาทของฝ่ายความมั่นคง และการตีความเครือข่ายภาคประชาสังคม เป็นมุมมองและข้อวิจารณ์ของ พ.ต.อ.ทวี ไม่ใช่ข้อยุติทางกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันในทุกกรณี
ประเด็นสำคัญ
การแก้ปัญหาชายแดนใต้ควรขยับจากกรอบความมั่นคงนำ ไปสู่การเมือง ความยุติธรรม การปรับโครงสร้าง และการเปิดพื้นที่สันติภาพที่มา : The Reporters
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI