ภาพข่าวนายซาการียา สะอิ และแนวทางพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้
📰 News#wartani_news#PATANI

‘ซาการียา’ เผยนายกฯ พร้อมเข้าสภาฯ หากมีหนังสือเชิญชี้ไฟใต้แก้ด้วยทหารอย่างเดียวไม่ได้
ต้องเปิดทางพูดคุย–ลดความระแวง

เสนอช่องทางสื่อสารระหว่างประชาชน รัฐ และฝ่ายความมั่นคง พร้อมพื้นที่ปลอดภัยควบคู่โต๊ะเจรจา

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายซาการียา สะอิ สส.เขต 4 จังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย กล่าวในงานสัมมนา “22 ปี บทเรียนและก้าวต่อไป วิสัยทัศน์พรรคการเมืองต่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชายแดนใต้” ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยระบุว่า แนวทางของรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยมุ่งลดความรุนแรง ลดบทบาทด้านความมั่นคง และเพิ่มน้ำหนักการพัฒนาในพื้นที่

นายซาการียากล่าวว่า ช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ความรุนแรงในพื้นที่มีแนวโน้มลดลง แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ล่าสุดเกิดเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดคำถามต่อการบริหารจัดการของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานและยังอยู่ระหว่างทำความเข้าใจบริบทในพื้นที่

เขาตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนผ่านผู้นำฝ่ายความมั่นคงในกองทัพภาคที่ 4 รวมถึงผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจ อาจทำให้บุคลากรที่เข้ามาใหม่ยังไม่เข้าใจบริบทของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มากพอ ทั้งในมิติความมั่นคง มวลชน และงานการข่าว

นายซาการียาย้ำว่า การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สามารถพึ่งมาตรการทางทหารเพียงอย่างเดียวได้ และกระบวนการพูดคุยสันติภาพเป็นเรื่องจำเป็น โดยกล่าวว่านายกรัฐมนตรีได้แสดงท่าทีสนับสนุนการพูดคุยอย่างชัดเจน รวมถึงการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพื่อสร้างความเข้าใจและรับฟังสถานการณ์

สำหรับบทบาทของนายกรัฐมนตรี นายซาการียาเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวในที่ประชุมพรรคว่า หากสภามีหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการ ก็พร้อมจะจัดเวลาเข้าชี้แจงต่อสภาเกี่ยวกับสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังไม่แน่ใจว่ารูปแบบจะเป็นญัตติด่วนด้วยวาจาหรือกระบวนการใด

เขายังสะท้อนว่า สิ่งที่เห็นชัดในพื้นที่ขณะนี้คือ “ความระแวง” ที่เพิ่มขึ้น หลังมาตรการด้านความมั่นคงบางลักษณะเข้มข้นขึ้น เช่น การปิดล้อมพื้นที่เป็นเวลานาน ซึ่งประชาชนแจ้งว่าอาจกระทบการทำงานและรายได้ โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้น้อย

นายซาการียากล่าวว่า แม้ สส.ในพื้นที่จะสามารถประสานปัญหาไปยังฝ่ายปกครอง นายอำเภอ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ แต่กลับไม่มีช่องทางโดยตรงในการสื่อสารกับฝ่ายความมั่นคง ทั้งที่หลายปัญหาเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการของหน่วยงานเหล่านี้โดยตรง

ด้านนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า ปัญหาที่นายซาการียาสะท้อนแสดงให้เห็นว่า เสียงของประชาชนและข้อร้องเรียนจำนวนมากไม่มีช่องทางส่งตรงไปยังหน่วยปฏิบัติหรือแม้แต่ระดับนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นระบบ

นายรอมฎอนเสนอว่า หน่วยงานความมั่นคงควรมีพื้นที่รับฟังเสียงที่แตกต่าง ขณะที่คณะกรรมาธิการต่าง ๆ ของสภา เช่น กมธ.ทหาร หรือ กมธ.ความมั่นคง ควรทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางสำหรับการสื่อสารและคลี่คลายความตึงเครียด

เขายังเสนอให้การสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับการถกเถียงและรับฟังเสียงประชาชนดำเนินควบคู่ไปกับโต๊ะเจรจาสันติภาพ เพื่อให้กระบวนการสันติภาพมีพื้นที่รองรับเสียงจากคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ข้อวิจารณ์เรื่องความรุนแรงของมาตรการปิดล้อม ความไม่เข้าใจบริบทของผู้นำความมั่นคงที่เข้ามาใหม่ และการไม่มีช่องทางสื่อสารถึงหน่วยปฏิบัติ เป็นมุมมองและประสบการณ์ที่ผู้ร่วมสัมมนานำมาเสนอ ไม่ใช่ข้อยุติจากการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

ประเด็นสำคัญ

การแก้ปัญหาชายแดนใต้ควรลดการพึ่งพามาตรการทหาร เปิดช่องทางสื่อสาร และสร้างพื้นที่ปลอดภัยควบคู่กับการพูดคุยสันติภาพ

ที่มา : The Reporters

#NEWS #wartani_news #PATANI #ซาการียาสะอิ #ชายแดนใต้ #สันติภาพภาคใต้

Let us be the witnesses for peace in PATANI
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI