เสียงจากคนไกลบ้าน:
เมื่อการศึกษา ความหวัง และครอบครัวในกาซา
ถูกสงครามพรากไป
เมื่อสงครามทำให้คำว่า “กลับบ้าน” แทบเป็นไปไม่ได้
“ไม่มีทางเลือกไหนที่ไม่เจ็บปวด” นี่คือประโยคที่สะท้อนชีวิตของหญิงสาวชาวกาซาผู้ต้องใช้ชีวิตห่างบ้านมานานกว่า 14 ปี เพราะสงครามทำให้คำว่า “กลับบ้าน” กลายเป็นสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้
Thareer หญิงสาวชาวปาเลสไตน์จากกาซา เดินทางออกจากบ้านเกิดตั้งแต่ปี 2012 เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทในประเทศมาเลเซีย หลังทำงานเป็นนักแปลภาษาอังกฤษ-อาหรับให้กับองค์กรต่างประเทศ ซึ่งทำให้เธอได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานให้ศึกษาต่อ ต่อมาเธอแต่งงานกับชาวมาเลเซียและใช้ชีวิตที่นั่นมากว่า 14 ปี แต่หัวใจยังคงผูกพันกับบ้านเกิดที่ไม่เคยสงบลงเลย
สงครามที่ไม่เคยหยุด ทำให้การศึกษาในกาซากลายเป็นเรื่องยาก อาคารเรียนจำนวนมากกลายเป็นเป้าหมายโจมตี นักศึกษาหลายคนต้องหยุดเรียนกลางคันเพราะไม่มีสถานที่เรียน บางคนเรียนได้เพียง 1-2 ปีเท่านั้น ก่อนทุกอย่างจะพังทลายลง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักศึกษาจำนวนมากต้องหันไปเรียนออนไลน์เพื่อรักษาโอกาสทางการศึกษาไว้ แต่แม้แต่ทางเลือกนี้ก็เปราะบาง เมื่อไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และความปลอดภัยไม่เคยแน่นอน หลายคนจึงไม่สามารถเรียนต่อได้อย่างแท้จริง
สงครามปี 2023 ยิ่งทำให้ความหวังของคนรุ่นใหม่พังทลายลง เพื่อนร่วมชั้นของ Thareer ซึ่งกำลังจะจบปริญญาเอก เดินทางกลับกาซาเพียงเพื่อเยี่ยมครอบครัวช่วงสั้น ๆ ในเดือนกรกฎาคม แต่เมื่อสงครามปะทุในเดือนตุลาคม เขากลับไม่สามารถออกมาได้อีก จนถึงวันนี้ งานวิจัยที่สะสมมาหลายปียังไม่เสร็จ เพราะไม่มีไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่สภาพแวดล้อมที่จะมีสมาธิในการเรียนได้ ท่ามกลางเสียงระเบิดและความสูญเสียในครอบครัว
“เขาเหลือแค่เขียนวิจัยอย่างเดียว แต่ตอนนี้สามปีแล้วที่ทุกอย่างหยุดนิ่ง” Thareer เล่า พร้อมย้ำว่านี่เป็นเพียงหนึ่งเรื่องจากอีกมากมายที่เกิดขึ้นในกาซา
สำหรับเธอเอง การจากบ้านไม่ใช่การเลือกที่ง่าย หากมีสองทางเลือกก็เป็นเพียง “ความเจ็บปวด” กับ “ความเจ็บปวดที่มากกว่า” เธอตัดสินใจอยู่ต่างประเทศเพื่อทำงานและส่งเงินช่วยเหลือครอบครัว แต่ต้องแลกกับการไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อใด
นอกจากความยากลำบากของคนที่อยู่ในกาซาแล้ว ชาวกาซาที่อยู่ต่างประเทศก็เผชิญความทุกข์ไม่ต่างกัน หลายคนพยายามสื่อสารเรื่องสิทธิมนุษยชนและความสูญเสียสู่สายตาโลก แต่กลับพบว่าครอบครัวในกาซากลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีเพียงเพราะลูกหลานทำหน้าที่เป็น “เสียง” ให้บ้านเกิด
การติดต่อกับครอบครัวเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง เพราะการสื่อสารถูกตัดขาดบ่อยครั้ง บางคนต้องรอหลายวันเพื่อให้ญาติที่อยู่ในกาซาโทรกลับมา เนื่องจากไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตถูกตัด หรือเครือข่ายสื่อสารถูกปิดกั้น
ความไม่แน่นอนนี้สร้างผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง มีกรณีนักศึกษาชาวกาซาในต่างประเทศที่เสียชีวิตจากภาวะหัวใจวาย ทั้งที่ยังอายุน้อย เพียงเพราะติดต่อครอบครัวไม่ได้เป็นเวลาหลายวันและเกิดความเครียดอย่างหนัก
แม้ในชีวิตประจำวันธรรมดา ความรู้สึกผิดและเจ็บปวดก็ยังตามหลอกหลอน เมื่อคนไกลบ้านได้กินอาหารหรือผลไม้ ในขณะที่ครอบครัวในกาซาไม่มีแม้แต่น้ำสะอาดหรืออาหารพื้นฐาน “พอรู้ว่าพวกเขาไม่ได้กินผลไม้มาหลายเดือน เราก็กินไม่ลง” เธอกล่าว
เรื่องราวของ Thareer ไม่ใช่เพียงเรื่องของหญิงคนหนึ่ง แต่เป็นภาพสะท้อนของคนจำนวนมากที่ถูกสงครามบังคับให้ต้องเลือกเส้นทางชีวิตที่ไม่มีคำว่าปกติอีกต่อไป ระหว่างการอยู่เพื่อรอด หรือจากไปเพื่อหวังว่าจะช่วยคนที่รักได้บ้าง
เพราะสำหรับชาวกาซาจำนวนมาก ไม่ว่าจะอยู่ “ในบ้าน” หรือ “ไกลบ้าน”
สงครามยังคงตามหลอกหลอนพวกเขาไม่ต่างกัน.ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI