✨ Creative Thais #WhyICreate #เพราะฉันอยากสร้าง #CreativeThaisStory

ชุบชีวิตให้ผืนผ้า ด้วยดีไซน์และไอเดียร์ Concur Patchwork พลิกฟื้นขยะหางกระสอบ สู่แฟชั่นอัปไซเคิลระดับสากล

เรื่องราวของ “ฮุสนีย์ สาแม” หรือ “จู” ดีไซเนอร์นอกกรอบผู้ใช้ความท้าทายแปลงเสื้อผ้ามือสองไร้ค่าสู่แบรนด์ SE รักษ์โลก ส่งออกกว่า 20 ประเทศ คืนรอยยิ้มและรายได้สู่ชุมชนชายแดนใต้

Concur Patchwork เป็นแบรนด์เสื้อผ้ามือสองของ ฮุสนีย์ สาแม หรือที่คนในแวดวง upcycling เรียกกันสั้นๆ ว่า “จู” คนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดกว้างและไกล สามารถแปลงของไร้ค่าที่เกือบเป็นขยะให้กลายเป็นสินค้าใหม่ที่สร้างรายได้ให้ตัวเขา ชุมชน และสังคม

จากปัญหา “ขยะสิ่งทอชายแดนใต้” สู่แรงบันดาลใจชุบชีวิตสิ่งของนอกสายตา:

“พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ถือเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของเสื้อผ้ามือสอง เสื้อผ้าจะเข้ามาเป็นกระสอบแยกเป็นเกรดต่างๆ เกรด A จะมีราว 20-30% เกรด B ราว 40% ที่เหลือเป็นเสื้อผ้าเกรด C ซึ่งมักมีตำหนิ คุณภาพต่ำ ขายไม่ได้ ของกลุ่มนี้จะโดนโละทิ้ง เป็นขยะตามชุมชน ตามสถานที่ต่างๆ กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม จากประสบการณ์ที่ผมเคยเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้ามือสองมาก่อนทำให้เห็นข้อดีของ ‘งานหางกระสอบ’ เหล่านี้ว่าเป็นวัตถุดิบที่ต้นทุนต่ำมากและมีปริมาณให้เลือกใช้อย่างไม่จำกัด จึงเกิดไอเดียที่จะนำขยะสิ่งทอเหล่านี้มารีไซเคิลและทำ Upcycling”

“จู” สะท้อนให้ฟังถึงปัญหาและแนวคิดที่จะต่อชีวิตให้เสื้อผ้ามือสอง จนเป็นที่มาของแบรนด์ “Corner Patchwork”

หลักคิดแบบคนไม่ได้จบดีไซน์ กับนิยามการ “ย่อยผ้า” เพื่อสร้างเอกลักษณ์ใหม่:

“ผมไม่ได้จบแฟชั่นดีไซน์มา ผมจบภาษาอังกฤษ ผมก็เลยใช้หลักคิดแบบคนไม่ได้เรียนดีไซน์ คือการแยกเสื้อผ้าให้เป็นส่วนๆ ก่อนเรียกว่า ‘ย่อยผ้า’ แล้วนำมาเย็บต่อกันเป็นชิ้นใหญ่ สร้างแพทเทิร์น แล้วก็ตัดผ้าตามแพทเทิร์น นำไปเย็บ แล้วก็ขาย ซึ่ง 4-5 Process นี้ทำให้สามารถเปลี่ยนจากของที่ไม่มีมูลค่า กลับมาเป็นของที่สามารถขายในราคาหลักร้อยหลักพันได้ครับ”

นอกจากการสร้างแพทเทิร์นใหม่แล้ว Concur Patchwork ยังนำเสื้อผ้ามือสองทรงสวยๆ ที่พบในตลาด มาปรับเปลี่ยนดีไซน์ ปรับไซส์ เปลี่ยนสีกระเป๋าหรือกระดุม เพื่อสร้างเอกลักษณ์ใหม่ ได้โปรดักซ์ใหม่ไม่ซ้ำใคร “จู” บอกว่ากระบวนการเหล่านี้นับเป็นความท้าทายในการพิสูจน์ว่า งานดีไซน์จากของที่คนมองข้ามสามารถตอบโจทย์ลูกค้าและขายได้จริง

เมื่อถามว่า “แฟชั่น” กับ “งาน Upcycling” มันไปด้วยกันได้จริงๆ หรือ? จูให้มุมมองในเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า:

“มันเป็น 2 คำที่สามารถรวมอยู่ด้วยกันได้ เพราะว่าการที่เราทำ Upcycling แล้วดีไซน์มันไม่สวย ใครจะซื้อ เราก็เลยต้องเอาปรัชญาการทำแฟชั่นเข้ามาสวม ให้มันเป็นงานที่มีเอกลักษณ์ เป็นงานที่มีคุณภาพ และเป็นงานที่สร้างสรรค์ พอเราได้ 3 คีย์เวิร์ด (Keywords) นี้ ก็จะทำให้งานของเรามันมีคาแรคเตอร์ (Character) พอมีคาแรคเตอร์ ลูกค้าก็ทัชใจ (Touch) เข้าถึงเรื่องราว (Story) และ Narrative ได้ เขาก็ซื้อครับ”

ปัจจุบันแบรนด์ Concur Patchwork สามารถส่งออกไปขายได้แล้วกว่า 20 ประเทศ ทั้งในกลุ่มอาเซียน สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และฮ่องกง โดยใช้ Instagram เป็นช่องทางขายหลัก

“เนื่องจากสินค้าของเราแต่ละแบบมีเพียงชิ้นเดียวในโลก การจัดวางภาพใน IG จึงตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่ชอบงานแฟชั่นที่มีอัตลักษณ์ มีเรื่องราว และเป็นสินค้ารักษ์โลกที่กำลังเข้ากับเทรนด์ในปัจจุบันได้ดีที่สุด”

อย่างไรก็ดี ผลสำเร็จของ “Corner Patchwork” ไม่ได้วัดที่ผลตอบรับจากลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงผลกำไรที่ได้ตอบแทนชุมชนและสังคมด้วยแนวคิด win-win

“เราขับเคลื่อน Concur Patchwork ด้วยโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมที่เรียกว่า SE (Social Enterprise: SE) เพื่อให้ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเติบโตไปด้วยกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง TOMS แต่ปรับเปลี่ยนจากการบริจาคสิ่งของ มาเป็นการกระจายรายได้และปันกำไรสุทธิเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ เช่น กลุ่มสตรีและแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้ รวมถึงสร้างงานให้เหล่านักศึกษาที่ต้องการหารายได้เสริม”

ปัจจุบันแบรนด์สามารถสร้างตำแหน่งงานในชุมชนได้กว่า 20 ตำแหน่ง และกระจายรายได้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ถึง 12 กลุ่มชุมชน นอกจากนี้ยังเปิด Work Shop สอนการบริหารและการเย็บผ้า เพื่อสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ Upcycling ให้เติบโตขึ้นในพื้นที่ เพราะลำพังแบรนด์เดียวไม่สามารถจัดการขยะเสื้อผ้าทั้งหมดได้

คุณค่าที่ไม่มีคำว่าง่าย กับหัวใจที่เกินร้อย:

“’ชีวิตดีไม่มีอะไรง่าย ชีวิตง่ายไม่มีอะไรเลย’ มันก็เปรียบเหมือนกับงานของเราครับ งานของเรามันไม่มีคำว่าง่าย แตมันมีคุณค่า ถ้าเป็นงานง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ แต่อยากจะบอกว่าถ้าคิดจะทำแล้วทำมันให้เต็มที่ครับ”

แม้จะประสบความสำเร็จในสายตาของคนทั่วไป แต่จูกลับให้คะแนนงานของเขาแค่ 3 เต็ม 10 เท่านั้น เพราะมันยังห่างจากเป้าหมายที่วางไว้ คือการพาแบรนด์ไปให้ไกลกว่าเดิม และเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเสื้อผ้ามือสองว่าไม่ใช่แค่การซื้อมาขายไปเท่านั้น แต่มันมีอีกหลายมิติที่ซ่อนอยู่

“ในฐานะเครื่องมือขจัดความยากจน ช่วยสร้างงาน ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ‘ปัตตานีมีของดี’ นอกเหนือจากภาพจำเดิมๆ”

#WhyICreate #เพราะฉันอยากสร้าง #CreativeThaisStory #เล่าเรื่องคนทำของไทยร่วมสมัย #กระตุกต่อมคิด #ConcurPatchwork #UpcyclingFashion #PattaniCraft

Let us be the witnesses for creative local arts in Patani
ร่วมสืบสานและสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ปาตานีสู่ระดับสากล
Bersama-sama memelihara dan memperkasa seni kraf Patani ke mercu dunia