‘ผศ.ดร.ศรีสมภพ’ เสนอยกระดับสันติภาพชายแดนใต้ เป็นวาระแห่งชาติ
ย้ำกระจายอำนาจไม่ใช่การแบ่งแยกดินแดน
ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เสนอให้ยกระดับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมย้ำว่า “การกระจายอำนาจ” แตกต่างจาก “การแบ่งแยกดินแดน” และสามารถออกแบบให้อยู่ภายใต้รัฐเดี่ยวและกรอบรัฐธรรมนูญไทยได้
วันที่ 7 กันยายน 2569 ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ หรือ Deep South Watch แสดงความเห็นต่อสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเหตุรุนแรงกว่า 70 จุดในช่วงวันที่ 22–24 สิงหาคม ซึ่งเป็นเหตุพร้อมกันหลายจุดครั้งใหญ่ในรอบกว่าสิบปี
ผศ.ดร.ศรีสมภพมองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพที่ดำเนินมากว่า 13 ปียังไม่บรรลุผล และอาจมีข้อผิดพลาดที่ต้องทบทวนใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่กระบวนการพูดคุยหยุดชะงัก
เขาประเมินว่า ลักษณะของเหตุในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งหลายจุดไม่ได้มุ่งเอาชีวิตประชาชนหรือเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง อาจมีนัยเชิงสัญลักษณ์และการสื่อสารทางการเมือง เพื่อแสดงให้เห็นว่าฝ่ายขบวนการยังมีศักยภาพในการปฏิบัติการอยู่ ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวเป็นมุมมองของ ผศ.ดร.ศรีสมภพ ยังไม่ใช่ข้อยืนยันทางคดีจากหน่วยงานสอบสวนหรือคำรับรองจากฝ่ายผู้ก่อเหตุ
ข้อเสนอหลัก
ยกระดับการพูดคุยสันติภาพเป็น “วาระแห่งชาติ”ผลักดันกฎหมายและกลไกเฉพาะเพื่อให้กระบวนการมีความต่อเนื่องและยั่งยืน
ในประเด็นการปกครองตนเองหรือเขตปกครองพิเศษ เขาย้ำว่า ตามหลักรัฐศาสตร์ “การกระจายอำนาจ” หรือ power sharing / decentralization แตกต่างจาก “การแบ่งแยกดินแดน” อย่างชัดเจน โดยรูปแบบอย่าง Autonomy หรือเขตปกครองพิเศษเป็นหนึ่งในแนวทางของการกระจายอำนาจภายในรัฐ
ผศ.ดร.ศรีสมภพอธิบายว่า การกระจายอำนาจสามารถออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทด้านชาติพันธุ์ ภาษา วัฒนธรรม และความต้องการของพื้นที่ โดยยังอยู่ภายใต้รัฐเดี่ยวและกรอบรัฐธรรมนูญเดิม ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าจะนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน
เขายังเห็นว่า กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพควรเริ่มต้นใหม่ในลักษณะที่เปิดกว้างและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ พร้อมเสนอให้ลดความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างรัฐกับฝ่ายขบวนการ ลดการใช้กำลังทั้งจากการก่อเหตุและการปราบปราม และกลับมายึดแนวทางสันติวิธีมากขึ้น
ผู้อำนวยการ Deep South Watch เสนอให้ผลักดันกฎหมายเฉพาะ เช่น พ.ร.บ.การสร้างสันติภาพ เพื่อสร้างฐานความชอบธรรมทางกฎหมายให้กับกระบวนการพูดคุย โดยอาจจัดตั้งกลไกหรือองค์กรเฉพาะที่ทำหน้าที่ประสานงานและขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกตัวอย่างฟิลิปปินส์ที่มีกฎหมายและโครงสร้างรองรับงานด้านสันติภาพ
ผศ.ดร.ศรีสมภพกล่าวว่า แม้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจะมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ แต่ยังรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงอื่นจำนวนมาก จึงเห็นว่าควรมีองค์กรที่รับผิดชอบเรื่องสันติภาพโดยตรง เพื่อให้การทำงานมีความต่อเนื่องและยั่งยืน
ข้อเสนอทั้งหมดสะท้อนมุมมองว่า การแก้ปัญหาชายแดนใต้ไม่ควรพึ่งมาตรการความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มน้ำหนักให้กับการเมือง การกระจายอำนาจ ความไว้วางใจ และกลไกกฎหมายที่รองรับกระบวนการสันติภาพ
ที่มา : The Reporters
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI