“รอมฎอน” ห่วงชายแดนใต้/ปาตานี ตึงเครียด จี้ทบทวนปิดพื้นที่เสี่ยง
ไม่ให้กระทบประชาชน
“รอมฎอน” ห่วงสถานการณ์ชายแดนใต้/ปาตานีตึงเครียด จี้รัฐทบทวนปิดพื้นที่เสี่ยง ไม่ให้กระทบประชาชน
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 นายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี โดยเฉพาะในจังหวัดนราธิวาส หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับมาตรการปิดพื้นที่เสี่ยงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง
นายรอมฎอนระบุว่า การปิดพื้นที่ครั้งล่าสุดมีลักษณะแตกต่างจากที่ผ่านมา โดยมีการนำลวดหนามมาปิดถนนเป็นระยะเวลานานถึง 1 สัปดาห์ จากเดิมที่มักปิดชั่วคราวเพื่อตรวจสอบหลังเกิดเหตุระเบิด นอกจากนี้ ป้ายประกาศในพื้นที่ยังระบุชื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุ แต่ไม่ปรากฏชื่อหน่วยงานรัฐที่ดำเนินการ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและไม่ทราบว่าจะร้องเรียนต่อหน่วยงานใด
พร้อมกันนี้ยังสะท้อนว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในวงกว้าง ทั้งด้านการเดินทาง การประกอบอาชีพ และความรู้สึกปลอดภัย โดยบางส่วนมองว่าตนเองได้รับผลกระทบทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
นายรอมฎอนเห็นว่า แนวทางการดำเนินการของฝ่ายความมั่นคงในลักษณะนี้ อาจสะท้อนถึงข้อจำกัดในการสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนมาตรการให้เหมาะสม ลดผลกระทบต่อประชาชน และเร่งฟื้นฟูพื้นที่ เช่น การตรวจสอบและซ่อมแซมเส้นทางให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อลดบรรยากาศความตึงเครียด
มาตรการปิดพื้นที่ลวดหนาม
1 สัปดาห์ • ผลกระทบประชาชน • เรียกร้องทบทวนนอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงหลังมีลักษณะกระจายตัวในหลายพื้นที่ ไม่จำกัดเฉพาะบางอำเภอ ส่งผลให้บรรยากาศความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น คล้ายกับสถานการณ์ในอดีตเมื่อกว่าทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมยกกรณีเหตุสำคัญ เช่น การลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส การโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ และการปฏิบัติการด้านความมั่นคงในหลายพื้นที่
นายรอมฎอนยังระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย พร้อมตั้งคำถามถึงทิศทางของสถานการณ์ที่ทวีความตึงเครียดขึ้น โดยชี้ว่าผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดตกอยู่กับประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ นายรอมฎอนเตรียมนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การอภิปรายต่อรัฐบาลใหม่ เพื่อเรียกร้องความชัดเจนในนโยบายและแนวทางการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี ขณะเดียวกันยังแสดงความกังวลต่อการแพร่กระจายของข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในสื่อออนไลน์ ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มความหวาดระแวงระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ.
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI