🔫 Breaking #wartani_news #PATANI

กระสุนที่ทรยศต่อสันติภาพ ลอบยิง ส.ส.นราธิวาส
รถก่อเหตุเชื่อม กอ.รมน.

เหตุการณ์สะเทือนสังคมปาตานี

คดีลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ, กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หรือที่รู้จักกันในฐานะ ทนายแวยูแฮ ได้เปิดเผยอีกชั้นหนึ่งของความอ่อนไหวในความขัดแย้งยาวนานในปาตานี ชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย การค้นพบว่ารถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ถูกกล่าวหาว่ารถของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอรมน.) ไม่ได้เป็นเพียงรายละเอียดทางเทคนิคของการสืบสวนเท่านั้น แต่ยังอาจกลายเป็นสัญลักษณ์ของ วิกฤตความไว้วางใจ ที่ยืดเยื้อมานานกว่าสองทศวรรษในพื้นที่ปาตานี.

ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของไทย และผู้นำพรรคประชาชาติ ทวี สอดส่อง เปิดเผยว่า ผลการสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่า รถกระบะที่ถูกใช้ในการก่อเหตุมีที่มาจากรถ กอรมน.

เขากล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ รถคันดังกล่าว ถูกทำลายและแยกชิ้นส่วนอย่างจงใจ ก่อนถูกนำไปทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สืบสวนยังสามารถติดตามที่มาของรถได้ จาก หมายเลขโครงรถ (เลขตัวถัง) ที่ยังคงหลงเหลืออยู่.

ทางด้าน กมลศักดิ์ เองก็ได้ยืนยันข้อมูลดังกล่าวผ่านวิดีโอที่เผยแพร่ในบัญชี Facebook ส่วนตัว โดยระบุว่า การตรวจสอบหมายเลขเครื่องยนต์ เป็นเบาะแสสำคัญที่นำไปสู่การเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐ.

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญกว่าคำถามว่า ใครเป็นผู้ลงมือยิง คือคำถามว่า ใครเป็นผู้สั่งการ, กมลศักดิ์ย้ำว่า คดีนี้ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการจับกุมผู้ปฏิบัติการในพื้นที่

“ผมต้องการรู้ว่าใครเป็นผู้สั่งการโจมตีครั้งนี้ และแรงจูงใจคืออะไร”

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ

รูปแบบการโจมตีแสดงให้เห็นถึง เจตนาที่ชัดเจนในการสังหาร

การเปิดเผยครั้งนี้ได้ดึงความสนใจอย่างกว้างขวางจากประชาชนในพื้นที่ที่เผชิญกับความขัดแย้งติดอาวุธมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะหลังการปะทุของความรุนแรงระลอกใหม่ในปี 2547.

ตลอดระยะเวลากว่า 22 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน ทั้งพลเรือน เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ครู และผู้นำท้องถิ่น สำหรับชาวบ้านจำนวนมาก ความขัดแย้งในพื้นที่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับ อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ ประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมายาวนานระหว่างรัฐไทยกับสังคมมลายูมุสลิมปาตานี.

ด้วยเหตุนี้ การเปิดเผยว่ารถที่ใช้ก่อเหตุอาจเป็น ทรัพย์สินของหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ จึงเป็นประเด็นที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง.

หากข้อกล่าวหานี้เป็นความจริง คำถามใหญ่ย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ทรัพย์สินของรัฐสามารถถูกนำมาใช้ในการโจมตีผู้แทนราษฎรของประเทศเองได้อย่างไร ทวี สอดส่อง ย้ำว่า คดีนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “เหตุการณ์ด้านความมั่นคงทั่วไป” พรรคประชาชาติได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กอรมน. พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทหารบก และแม่ทัพภาคที่ 4 ดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบด้าน.

ในความขัดแย้งเช่นที่ปาตานี “ภาพลักษณ์และความรู้สึกของสังคม” บางครั้งมีพลังไม่แพ้ข้อเท็จจริง เมื่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐสั่นคลอนมาอย่างยาวนาน การปรากฏของเงาแห่งความเป็นไปได้ว่า องค์ประกอบบางส่วนภายในสถาบันรัฐอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรง ย่อมทำให้ช่องว่างความไม่ไว้วางใจลึกลงกว่าเดิม.

คดีของ ทนายวันยูฮัน หรือ กมลศักดิ์ อาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญอีกครั้ง, หากการสืบสวนดำเนินไปอย่างโปร่งใสจนถึงรากเหง้า รวมถึงการเปิดเผยตัว ผู้บงการหรือผู้สั่งการที่แท้จริง มันอาจกลายเป็น จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการฟื้นฟูความไว้วางใจ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น. เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นเพียง อีกหนึ่งบทในประวัติศาสตร์ความขัดแย้งของปาตานี ประวัติศาสตร์ที่ดูเหมือนจะ วนซ้ำอย่างไม่สิ้นสุด โดยยังคงทิ้งคำถามจำนวนมากไว้กับผู้คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลาง เงาขของความรุนแรงและสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกินไป.

#Analysis #wartani_news #PATANI
Let us be the witnesses for peace in PATANI
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI