เปิดประวัติ “ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี” มือปืนคดียิง “สส.กมลศักดิ์” อดีตนาวิกโยธินสาย RECON
จบหลักสูตรทหารสหรัฐฯ ทำงานความมั่นคง UN อิรัก-อัฟกานิสถาน ยังหลบหนี 6 เม.ย. 2569
วันที่ 6 เมษายน 2569 ภายหลังการแถลงความคืบหน้าคดียิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ โดย พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล เจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญของหนึ่งในผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างหลบหนี คือ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ซึ่งถูกระบุเป็นมือปืนและผู้ยืมรถที่ใช้ก่อเหตุ
คดีดังกล่าวมีผู้ต้องหาตามหมายจับรวม 5 ราย โดยในส่วนของ ร.อ.วิโรจน์ ยังไม่ถูกจับกุม และถือเป็นบุคคลสำคัญ เนื่องจากมีบทบาททั้งในการจัดหารถและร่วมก่อเหตุยิง โดยอยู่ในรถคันก่อเหตุร่วมกับผู้ต้องหาอีก 2 ราย
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ร.อ.วิโรจน์ มีพื้นฐานด้านการทหารระดับสูง จบจากโรงเรียนนายเรือกองทัพเรือ และผ่านการฝึกหลักสูตรทางทหารจากสหรัฐอเมริกา ทั้งหลักสูตร Basic Officer Course และ Infantry Officer Course ที่ Quantico รวมถึงหลักสูตร Infantry Mortar Leader Course ที่ Fort Benning ก่อนกลับมาฝึกหลักสูตรรบพิเศษของนาวิกโยธินไทย (RECON)
หลังรับราชการในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินจนถึงยศเรือเอก ได้เปลี่ยนเส้นทางไปทำงานด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยเคยดำรงตำแหน่ง Security Officer กับองค์การสหประชาชาติ (UN) ในพื้นที่เสี่ยง เช่น อิรัก และอัฟกานิสถาน ก่อนมาทำงานในภาคเอกชนในตำแหน่ง Field Security Coordinator ในประเทศเมียนมา ดูแลด้านการบริหารความเสี่ยงความปลอดภัยให้ภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ร.อ.วิโรจน์ เคยเป็นวิทยากรและครูฝึกด้านการใช้อาวุธปืน รวมถึงการฝึกด้านความมั่นคงและการป้องกันเหตุร้าย โดยมีส่วนร่วมในการเปิดสนามยิงปืนในจังหวัดระยองเมื่อปี 2565
ในด้านคดี เจ้าหน้าที่ระบุว่า ร.อ.วิโรจน์ เป็นผู้ไปยืมรถจาก น.อ.มนตรี โตประเสริฐ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.นราธิวาส เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ก่อนนำไปใช้ก่อเหตุในช่วงวันที่ 19-20 มีนาคม และภายหลังรถคันดังกล่าวถูกนำไปชำแหละเพื่อทำลายหลักฐาน
อย่างไรก็ตาม น.อ.มนตรี ให้การว่า การให้ยืมรถเกิดจากความสนิทส่วนตัว และไม่ทราบว่าจะถูกนำไปใช้ก่อเหตุ ขณะที่ตำรวจยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงถึงการมีส่วนร่วมในการวางแผน
รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า ร.อ.วิโรจน์ เคยถูกให้ออกจากราชการมาก่อนจากกรณีปัญหาพฤติการณ์ในอดีต ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี พร้อมขยายผลหาความเชื่อมโยงไปยังผู้ร่วมขบวนการและผู้บงการต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า คดีนี้มีความซับซ้อนและอุกอาจ โดยจะเร่งติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนี และดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด.
ที่มา : https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/pfbid0sMoi7umBgpcTMB6GXqcjKD6gxz4iA86EWSs2JGAVLeMMhsXwXwBYtHmKKQ1Rg6uQl