“พิพัฒน์” ยืนยันเดินหน้าแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง มั่นใจคุ้มค่า แม้มีเสียงคัดค้าน
พิพัฒน์ยืนยันโครงการแลนด์บริดจ์มีการศึกษาความคุ้มค่าแล้ว รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่
“พิพัฒน์” ยืนยันเดินหน้าแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง มั่นใจคุ้มค่า แม้มีเสียงคัดค้าน
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ยืนยันเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวมีการศึกษามาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และมีความคุ้มค่าเหมาะสมต่อการลงทุน
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ปลัดกระทรวงคมนาคมได้ทำการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง และยืนยันถึงความเป็นไปได้ของโครงการ ขณะที่รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แม้จะมีเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนและนักวิชาการในบางส่วน
ตอบข้อกังวลเรื่องการขนถ่ายสินค้า
ท่าเรือสิงคโปร์ ถ่ายลำสินค้า 90%+การยกตู้สินค้าเป็นกระบวนการปกติ
สำหรับข้อกังวลเรื่องการขนถ่ายตู้สินค้าระหว่างฝั่งระนองและชุมพร ซึ่งอาจทำให้เสียเวลา นายพิพัฒน์ตั้งคำถามถึงความเข้าใจของผู้วิจารณ์ โดยยกตัวอย่างว่า ท่าเรือสิงคโปร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับโลก มีสัดส่วนการถ่ายลำสินค้าสูงกว่า 90% ดังนั้นการยกตู้สินค้าไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นกระบวนการปกติของระบบขนส่งระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ โครงการแลนด์บริดจ์จะมีท่าเรือทั้งสองฝั่ง คาดว่าจะสร้างการจ้างงานจำนวนมากถึงระดับแสนตำแหน่ง และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ จึงถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ได้พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และยื่นต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
ขณะเดียวกัน คาดว่ารายงาน EHIA ของท่าเรือแหลมอ่าวอ่าง จะเข้าสู่การพิจารณาในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ โดยทั้งสองรายงานถือเป็นขั้นตอนสำคัญตามกฎหมายในการผลักดันโครงการ
ประโยชน์หลักของโครงการแลนด์บริดจ์
ลดเวลาเดินทางจาก 4 วันเหลือ 1 วันเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมและเศรษฐกิจอินโดนีเซีย-มาเลเซีย
โครงการนี้จะช่วยลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าจากชุมพร-ระนอง จากเดิม 4 วัน เหลือเพียง 1 วัน เทียบเท่าระบบขนส่งทางบกในยุโรป
นอกจากนี้ยังช่วยเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมและเศรษฐกิจระหว่างไทย-อินโดนีเซีย และไทย-มาเลเซีย ให้เชื่อมต่อกันโดยตรง
ทั้งนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ในด้านการพัฒนาโลจิสติกส์และการเชื่อมโยงภูมิภาค