📰 News #wartani_news #PATANI

“อนุทิน” เตรียมลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามคดีลอบทำร้าย “กมลศักดิ์” ย้ำต้องขยายผลถึงผู้บงการ-เอาผิดทุกฝ่าย

นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ครั้งแรกที่รัฐสภา หลังแถลงนโยบาย — นัดลงพื้นที่ 17 เมษายน 2569

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาล โดยเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกต่อกรณีเหตุลอบทำร้าย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า มีแผนจะลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสในวันที่ 17 เมษายนนี้ เพื่อให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบและติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่าได้สั่งการเร่งรัดไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ให้ดำเนินการอย่างเต็มที่

“กรณีแบบนี้รับไม่ได้ ผู้แทนประชาชนยังไม่ปลอดภัย ประเทศไม่ควรแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด” นายกรัฐมนตรีกล่าว

เขายังเน้นย้ำถึงแนวทางปราบปรามอาวุธผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยระบุว่ารัฐบาลดำเนินมาตรการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบการใช้ความรุนแรง จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการที่เด็ดขาดมากยิ่งขึ้น

ต่อข้อกังวลของสังคมเกี่ยวกับการขยายผลไปถึงผู้บงการ และความเป็นไปได้ของการตัดตอนคดี นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเต็มที่ และให้ความสำคัญกับคดีนี้เป็นพิเศษ โดยได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายโดยตรง และได้ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการสืบสวน

ในส่วนของประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานความมั่นคง นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน. เปิดเผยว่า ได้สั่งการไปยังเลขาธิการ กอ.รมน. แล้ว พร้อมย้ำว่าหากพบความผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย

“กรณีการนำรถของ กอ.รมน. ไปใช้ในเหตุการณ์ ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ใครอนุมัติก็ต้องรับผิด แต่ผู้ก่อเหตุย่อมมีความผิดโดยตรง และต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนและขยายผลคดี โดยมุ่งติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ท่าทีนายกรัฐมนตรี

ขยายผลถึงผู้บงการ เอาผิดทุกฝ่าย
ตรวจสอบรถ กอ.รมน. ให้ชัด — ผู้อนุมัติต้องรับผิด

#News #wartani_news #PATANI

Let us be the witnesses for peace in PATANI // ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี // Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI