ศูนย์ทนายความมุสลิม ยื่นตั้งคณะอิสระสอบ “กมลศักดิ์”
วันที่ 3 เมษายน 2569
ศูนย์ทนายความมุสลิมยื่นผู้ว่าฯนราธิวาสตั้งคณะอิสระสอบลอบทำร้าย “กมลศักดิ์”
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ศูนย์ทนายความมุสลิม ได้ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เพื่อขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเหตุลอบทำร้าย กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่อำเภอบาเจาะ เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา
ในหนังสือระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อความปลอดภัยในชีวิตและกระบวนการยุติธรรม รวมถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี เนื่องจาก กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ทั้งในฐานะอดีตประธาน ศูนย์ทนายความมุสลิม ประจำจังหวัดนราธิวาส และประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร
เหตุผลที่จำเป็นต้องตั้งคณะอิสระ
ตรวจสอบรอบด้าน • โปร่งใส • องค์ประกอบหลากหลาย • ป้องกันเหตุซ้ำศูนย์ทนายความมุสลิมเห็นว่า การตั้งคณะกรรมการอิสระมีความจำเป็น เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างรอบด้าน โปร่งใส และครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในเชิงกฎหมายและสังคม โดยเฉพาะในบริบทของพื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์ความไม่สงบ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องได้ทั้งความขัดแย้งส่วนบุคคล การเมือง หรือปัจจัยด้านความมั่นคง
นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่า จุดเกิดเหตุเป็นเส้นทางหลักที่อยู่ภายใต้การดูแลของหลายหน่วยงานด้านความมั่นคงตามกฎหมายพิเศษ การเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวจึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่ามีความบกพร่องหรือช่องว่างในการดูแลความปลอดภัยหรือไม่
อีกทั้ง ในเบื้องต้นมีข้อมูลจากการสืบสวนที่ระบุถึงความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐหรืออดีตเจ้าหน้าที่ ทำให้ยิ่งมีความจำเป็นในการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระที่มีองค์ประกอบจากหลายภาคส่วน ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร ผู้นำศาสนา และผู้ทงคุณวุฒิในพื้นที่ เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงและเสนอแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ขณะเดียวกัน ศูนย์ทนายความมุสลิมยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการสืบสวนสอบสวน และรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม
ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวลงนามโดย อับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ รักษาการประธานศูนย์ทนายความมุสลิม ซึ่งแสดงความหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสในการดำเนินการตามข้อเสนอข้างต้น
รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังยืนยันว่า หน่วยงานพร้อมให้ความร่วมมือกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน และหากตรวจสอบพบว่ามีกำลังพลหรือหน่วยงานภายใต้โครงสร้างของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้วยความโปร่งใส และไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมและการทำงานของภาครัฐในสายตาประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI