ทหารพรานเข้าพบเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี แจงปมร้องเรียน กสม. ย้ำรับฟังชาวบ้าน
ทหารพราน ฉก.ทพ.47 ชี้แจงข้อกล่าวหาคุกคามต่อ กสม. ย้ำหน่วยงานรัฐควรรับฟังเสียงประชาชนกรณีเขื่อนกรงปินัง
ทหารพรานเข้าพบเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี แจงปมร้องเรียน กสม. ย้ำควรรับฟังเสียงชาวบ้านกรณีเขื่อนกรงปินัง
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา หลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 (ฉก.ทพ.47) เข้าพบผู้ประสานงานเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีถูกร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จากเหตุถูกกล่าวหาว่าคุกคามนักปกป้องสิทธิในพื้นที่
การเข้าพบครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่เครือข่ายฯ ยื่นร้องเรียนต่อ กสม. เกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบหน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อหาข้อเท็จจริง
จุดยืนทหารพรานต่อโครงการเขื่อน
หน่วยงานรัฐควรรับฟังเสียงประชาชนหากไม่เห็นด้วยควรพิจารณายุติโครงการ
พ.อ.เรวัตร เซ่งเข็ม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามการประสานจากกรมชลประทาน เพื่อดูแลความเรียบร้อย และกำชับให้การแสดงออกของประชาชนอยู่ในความสงบ พร้อมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่ถูกร้องเรียน รวมถึงประเด็นการตรวจสอบโดย กสม.
ประเด็นสำคัญของการหารืออยู่ที่โครงการประตูระบายน้ำกรงปินัง ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างรัฐกับชุมชนในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานแสดงจุดยืนว่า หน่วยงานรัฐควรรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง และหากชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับโครงการ ก็ควรพิจารณายุติการดำเนินการ
ข้อกังวลเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำ
เวทีรับฟัง 2560 ประชาชนคัดค้านแต่สรุปเห็นด้วย – กระบวนการขาดความน่าเชื่อถือ
ด้านนายซอฮาบูดิน ผู้ประสานงานเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี ระบุว่า กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของกรมชลประทานในอดีตยังขาดความน่าเชื่อถือ โดยยกตัวอย่างเวทีรับฟังความคิดเห็นเมื่อปี 2560 ที่ประชาชนในพื้นที่แสดงจุดยืนคัดค้าน แต่ผลสรุปกลับระบุว่าเห็นด้วยกับโครงการ พร้อมย้ำว่าการใช้สิทธิในการชุมนุมและการปฏิเสธกระบวนการที่ไม่เป็นธรรมเป็นสิทธิของประชาชน
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ทหารพรานระดับผู้บังคับบัญชา ซึ่งระบุว่าหน่วยงานความมั่นคงไม่เห็นด้วยกับการเดินหน้าโครงการ หากยังมีเสียงคัดค้านจากคนในพื้นที่
ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังต้องติดตามต่อไปว่า ท่าทีของหน่วยงานด้านความมั่นคงที่แสดงออกในเชิงสนับสนุนเสียงของประชาชน จะสอดคล้องกับการดำเนินงานในทางปฏิบัติหรือไม่ ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องการพัฒนาและสิทธิชุมชนในพื้นที่ชายแดนใต้