แพทย์เตรียมผ่าตัดนำเศษกระสุนออกจากร่าง ‘ซอและ’ส่ง พฐ.ตรวจนิติวิทยาศาสตร์
ยืนยันบาดแผลกระสุนเข้าด้านหน้า-ออกด้านหลัง
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดเผยความคืบหน้าการรักษา นายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า จากการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบเศษกระสุนขนาดไม่เกินครึ่งเซนติเมตรอยู่บริเวณใกล้ผิวหนังด้านหลัง แพทย์เตรียมผ่าตัดนำออกเพื่อส่งให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมยืนยันจากลักษณะบาดแผลว่า กระสุนเข้าสู่ร่างกายจากด้านหน้าและทะลุออกด้านหลัง
นพ.พรประสิทธิกล่าวว่า โรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยทุกคนด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยกรณีนายซอและมีบาดแผลบริเวณช่องท้องใกล้สะดือ ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร และมีบาดแผลอีกจุดใกล้เชิงกรานขนาดประมาณ 2-3 เซนติเมตร ซึ่งแพทย์ประเมินว่าทั้งสองแผลเป็นบาดแผลจากเหตุเดียวกัน โดยเป็นรูเข้าและรูออกของกระสุน
จากลักษณะบาดแผล แพทย์ให้ความเห็นว่ากระสุนเดินทางจากด้านหน้าไปด้านหลัง เนื่องจากตามหลักการบาดแผลทางกระสุน รูทางเข้ามีขนาดเล็กกว่ารูทางออก ส่วนมุมวิถีกระสุนประเมินเบื้องต้นว่าไม่น่าเกินประมาณ 30 องศา แต่อาจมากหรือน้อยกว่านั้นได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะท่าทางของผู้บาดเจ็บในขณะเกิดเหตุ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นวิถีกระสุนในลักษณะมุมกดหรือมุมเสย
นพ.พรประสิทธิกล่าว
“บาดแผลถูกยิงจากด้านหน้าไปหลัง เพราะโดยหลักการรูเข้าจะเล็กกว่ารูออก ขนาดแผลด้านหน้า 1 ซม. ด้านหลัง 2-3 ซม.”สำหรับอาการบาดเจ็บภายใน พบว่าลำไส้เล็กได้รับบาดเจ็บ แพทย์ได้ทำการผ่าตัดและต่อลำไส้กลับเรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่าความเสียหายต่ออวัยวะภายในไม่ได้รุนแรงมาก ปัจจุบันผู้ป่วยเริ่มรับประทานอาหารได้ ส่วนบาดแผลกระสุนเข้าและออกยังไม่ได้เย็บ เนื่องจากจำเป็นต้องเปิดไว้สำหรับการทำแผลและติดตามอาการ
นพ.พรประสิทธิระบุว่า แพทย์สามารถอธิบายระดับการทำลายของบาดแผลได้ แต่ไม่สามารถระบุจากบาดแผลเพียงอย่างเดียวว่าเกิดจากอาวุธหรือกระสุนชนิดใด โดยจากการหารือกับศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ประเมินว่าลักษณะการทำลายของบาดแผลในกรณีนี้ไม่สูง แต่ไม่สามารถฟันธงว่าเป็นกระสุนจาก M16, AK หรือกระสุนขนาด 5.56 มม. ได้
ขณะเดียวกัน ผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบเศษกระสุนขนาดไม่เกินครึ่งเซนติเมตรหลงเหลืออยู่ใกล้ผิวหนังบริเวณด้านหลัง ใกล้กับบาดแผลทางออก โดยตำแหน่งดังกล่าวพ้นจากจุดอันตรายในช่องท้องแล้ว และตัวเศษกระสุนไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย
อย่างไรก็ตาม เพื่อประโยชน์ต่อการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ แพทย์เตรียมผ่าตัดนำเศษกระสุนดังกล่าวออก ก่อนส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบต่อไป ซึ่งอาจเป็นวัตถุพยานสำคัญในการตรวจสอบชนิดและที่มาของกระสุน
“กรณีเศษกระสุนที่พบอยู่ใกล้แผลด้านหลัง เลยจากจุดวิกฤตไปแล้ว ไม่ใช่จุดช่องท้อง แต่อยู่ใกล้ผิวหนัง ดูจากฟิล์มที่ขยายแล้วไม่เกิดอันตราย แต่เพื่อประโยชน์ต่อผลนิติวิทยาศาสตร์ จึงต้องผ่าตัดเพื่อส่งตำรวจ พฐ.ต่อไป” นพ.พรประสิทธิกล่าว
นอกจากนี้ จากการสอบถามแพทย์เจ้าของไข้ ไม่พบเขม่าดินปืนหรือรอยไหม้บริเวณบาดแผลทั้งทางเข้าและทางออก อย่างไรก็ตาม การพิสูจน์ข้อเท็จจริงจำเป็นต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบ ทั้งตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ วัตถุพยานในสถานที่เกิดเหตุ ผลตรวจทางการแพทย์ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ยืนยันว่า โรงพยาบาลพร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการสอบสวนและการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ โดยแพทย์ไม่ได้อยู่ฝ่ายใด และมีหน้าที่รักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียมตามหลักวิชาชีพและมนุษยธรรม
ทั้งนี้ เศษกระสุนที่เตรียมนำออกจากร่างนายซอและจะเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ ก่อนจะสามารถสรุปได้ว่ากระสุนเป็นชนิดใดและมีความเชื่อมโยงกับอาวุธใด โดยข้อสงสัยเกี่ยวกับแหล่งที่มาของกระสุนและวิถีการยิงยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI