📰 News#wartani_news#PATANI

‘กมธ.ความมั่นคงฯ’ เรียก 6 หน่วยงานถกเหตุรุนแรงชายแดนใต้
ชี้ทางออกต้องจบที่โต๊ะเจรจา

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า กมธ.เรียกหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามและค้นหาสาเหตุของเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงวันที่ 22-24 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์รอบนี้แตกต่างจากหลายครั้งในอดีต เนื่องจากพบการมุ่งทำลายทรัพย์สินของทางราชการเป็นหลัก

การประชุมมีผู้เกี่ยวข้องจาก 6 ส่วน ได้แก่ สส. 14 คนจาก 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำรวจภูธรภาค 9 และนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายมณเฑียรกล่าวว่า กมธ.ต้องการรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงว่า เหตุการณ์หลายจุดเกิดขึ้นได้อย่างไร มีสาเหตุจากอะไร รวมถึงประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจจากสังคม คือกรณีนายซอและ ดอเลาะ ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงใน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และมีข้อสงสัยว่ากระสุนอาจมาจากเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์

นายมณเฑียรกล่าว

“เราจะติดตามหาความจริงให้กระจ่าง เพื่อให้ประชาชนสบายใจ”

ประธาน กมธ.ความมั่นคงฯ ระบุว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2547 เป็นระยะเวลากว่า 22 ปี และมีความซับซ้อนละเอียดอ่อน จึงจำเป็นต้องค้นหาแรงจูงใจและสาเหตุของเหตุการณ์ล่าสุดให้ชัดเจน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขให้ตรงกับปัญหา

นายมณเฑียรตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อย้อนดูเหตุการณ์ในอดีต หลายครั้งมีเป้าหมายต่อชีวิตประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ แต่เหตุการณ์รอบล่าสุดมีลักษณะที่แตกต่างออกไป โดยพบการทำลายทรัพย์สินของรัฐและโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่ง ทั้งสำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รถยนต์ เสาไฟฟ้า และกล้องวงจรปิด

“ครั้งนี้ไม่มีเป้าหมาย มีแต่การทำลายทรัพย์สินราชการ เช่น ส่วนท้องถิ่น อบต. รถ ทำลายเสาไฟฟ้า กล้องซีซีทีวี ซึ่งแปลกกว่าทุกครั้ง” นายมณเฑียรกล่าว

เมื่อถูกถามว่า การมุ่งเป้าไปยังสถานที่ราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นการทุจริตหรือการสอบทุจริตท้องถิ่นหรือไม่ นายมณเฑียรเห็นว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่า ปัจจัยที่พบในปัญหาชายแดนใต้ที่ผ่านมาอาจมีหลายมิติ ทั้งประเด็นความเห็นต่างทางการเมือง การแบ่งแยกดินแดน การค้าของผิดกฎหมาย ยาเสพติด งบประมาณ และการเมือง

ส่วนกระแสการประเมินว่าเหตุการณ์อาจเกี่ยวข้องกับสมาชิก BRN รุ่นใหม่ นายมณเฑียรกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือต้องหาข้อมูลให้ชัดว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุและมีแรงจูงใจอย่างไร เพราะหากระบุคู่สนทนาหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องผิด ก็ยากที่จะแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

นายมณเฑียรยังมองว่า การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากเปิดให้ผู้แทนประชาชนในพื้นที่ทั้ง 14 คนจาก 4 จังหวัด รวมถึงนักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เข้ามาให้ข้อมูลและร่วมกันพิจารณาปัญหา เพื่อให้การกำหนดแนวทางแก้ไขสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่มากขึ้น

สำหรับประเด็นการแบ่งแยกดินแดน นายมณเฑียรยืนยันจุดยืนว่าไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย แต่เห็นว่าการแก้ไขความขัดแย้งไม่ควรใช้ความรุนแรงตอบโต้กัน และรัฐบาลได้มีกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว

“การที่เราจะแก้ปัญหาได้ ไม่มีเรื่องของการฆ่ากัน ทุกเรื่องจะจบที่การพูดคุยและเจรจา” นายมณเฑียรกล่าว

พร้อมย้ำว่า กระบวนการพูดคุยจำเป็นต้องพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งอย่างแท้จริง และต้องทำความเข้าใจกับคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งถูกส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งโดยไม่มีจุดสิ้นสุด

ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1PnUNdgCN1/

#News #wartani_news #PATANI

Let us be the witnesses for peace in PATANI
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI

You missed