📰 News#wartani_news#PATANI

‘ซอและ’ แจ้งความ สภ.จะแนะขอให้ติดตามผู้ก่อเหตุยิง
พร้อมผ่าตัดนำเศษกระสุนส่ง พฐ.

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีนายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านในพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดนายซอและได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.จะแนะ เพื่อขอให้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี พร้อมยินยอมให้แพทย์ผ่าตัดนำเศษชิ้นส่วนกระสุนที่ยังอยู่ในร่างกายส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์

กรณีดังกล่าวยังมีข้อมูลที่แตกต่างกัน โดยนายซอและและเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ตั้งข้อสงสัยว่ากระสุนอาจมาจากเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่ในพื้นที่ ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 4 และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสยืนยันว่า ไม่มีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ และไม่มีการนำอาวุธขึ้นไปบนอากาศยานในภารกิจคืนนั้น

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พนักงานสอบสวน สภ.จะแนะ ได้ทำหนังสือถึงโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ขอให้แพทย์นำเศษชิ้นส่วนกระสุนที่ตรวจพบในร่างกายของนายซอและออกมา เพื่อส่งให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ หลังผลเอกซเรย์พบเศษชิ้นส่วนขนาดไม่เกินครึ่งเซนติเมตรอยู่บริเวณใกล้ผิวหนังด้านหลัง

นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ระบุว่า เศษชิ้นส่วนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในจุดวิกฤต จึงไม่ได้ผ่าตัดออกในช่วงแรก แต่เพื่อประโยชน์ต่อการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ แพทย์พร้อมนำชิ้นส่วนออกและส่งมอบให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน

นายซอและระบุว่า

ยินยอมให้แพทย์ดำเนินการ เนื่องจากต้องการให้นำเศษกระสุนไปตรวจเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่าต้องการให้ตำรวจติดตามตัวผู้ที่ยิงตนมาดำเนินคดี

สำหรับวัตถุพยานที่มีการตรวจพบก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.วีระศักดิ์ เพอแสละ ผกก.สภ.จะแนะ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พบหัวกระสุนขนาด 5.56 มม. บริเวณรถจักรยานยนต์ของเพื่อนนายซอและ และพบปลอกกระสุน M16 จำนวน 3 ปลอกบริเวณโคนต้นยางบนเนินเขา ห่างจากจุดที่นายซอและถูกยิงประมาณ 10-15 เมตร ซึ่งทั้งหมดถูกส่งตรวจพิสูจน์แล้ว

นอกจากนี้ รถจักรยานยนต์ของนายอาดัม ซึ่งเดินทางอยู่ในกลุ่มเดียวกับนายซอและ มีร่องรอยที่ระบุว่าเกิดจากกระสุนบริเวณมุมเบาะด้านขวาของผู้ขับขี่ 1 จุด และบริเวณฝาครอบโครงรถด้านซ้ายอีก 3 จุด โดยตำรวจได้รับรถคันดังกล่าวไว้ตรวจสอบเป็นพยานหลักฐานแล้ว

ขณะเดียวกัน นายซอและและกลุ่มเพื่อนได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับไทม์ไลน์ในวันเกิดเหตุ โดยระบุว่า วันที่ 22 สิงหาคม นายซอและเดินทางไปตั้งแคมป์กับเพื่อนกว่า 20 คน บริเวณหาดยือราปี รอยต่อระหว่าง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ก่อนเดินทางกลับในช่วงบ่าย

ระหว่างทางมีภาพถ่ายและข้อมูลเวลาตามจุดต่าง ๆ โดยมีภาพหนึ่งระบุเวลา 16.10 น. ก่อนเดินทางถึงพื้นที่ดุซงญอ อ.จะแนะ ช่วงประมาณ 18.00 น. จากนั้นนายซอและเดินทางไปที่ร้าน Relax Cafe ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดระบุว่าอยู่ภายในร้านเมื่อเวลา 21.17 น. และออกจากร้านเมื่อเวลา 21.22 น.

ต่อมาเวลา 21.39 น. นายซอและและเพื่อนรวม 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 3 คัน ผ่านด่านตรวจบริเวณหน้า สภ.จะแนะ โดย ผกก.สภ.จะแนะระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจค้นอย่างละเอียด ไม่พบอาวุธปืน ยาเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมาย และพบอุปกรณ์จากการไปตั้งแคมป์ โดยทั้งหมดให้ความร่วมมือในการตรวจค้น

กระทั่งเวลา 22.07 น. หรือประมาณ 28 นาทีหลังผ่านด่าน ตำรวจได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลจะแนะว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ก่อนพบว่าผู้บาดเจ็บคือนายซอและ

ด้านเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า ทั้ง 4 คนเดินทางกลับบ้านด้วยรถจักรยานยนต์ 3 คัน โดยนายมุคลิศซ้อนท้ายรถของนายซอและ ส่วนนายอาดัมและนายฮาซันขี่ตามหลัง ระหว่างทางพวกเขาระบุว่าเห็นเฮลิคอปเตอร์บินอยู่บริเวณดังกล่าว ก่อนทั้งหมดจอดรถและได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จากนั้นพบว่านายซอและถูกยิง

เพื่อนจึงช่วยนำตัวนายซอและไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านบริเวณ อบต.ช้างเผือก ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลจะแนะ และส่งต่อมายังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

นายซอและกล่าวว่า ตนกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากหน่วยงานความมั่นคงปฏิเสธว่าไม่มีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ แต่เมื่อตนได้รับบาดเจ็บจากกระสุน จึงต้องการให้ตำรวจพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุและนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติว่ากระสุนที่ทำให้นายซอและได้รับบาดเจ็บมาจากอาวุธชนิดใด ถูกยิงจากตำแหน่งใด และเกี่ยวข้องกับเฮลิคอปเตอร์หรือไม่ โดยต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งหัวกระสุน ปลอกกระสุน เศษชิ้นส่วนที่อยู่ในร่างกาย วิถีกระสุน และพยานหลักฐานอื่น เพื่อประกอบการสรุปข้อเท็จจริงของคดีต่อไป

#News #wartani_news #PATANI

Let us be the witnesses for peace in PATANI
ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อสันติภาพ ณ ปาตานี
Bersama kita menjadi saksi demi kedamaian di PATANI

You missed